การเปิดเสรีภาคธนาคาร และการเปิดตลาด
ของธนาคารพาณิชย์ไทยในกลุ่มอาเซียน

สําหรับการเปิดตลาดสมาชิกอาเซียนมีข้อตกลงที่จะทยอยเปิดตลาดในระดับที่สูงขึ้นให้แก่กันเป็นรอบๆ ตามความพร้อมของตนเอง ทั้งในรูปแบบการให้บริการแบบข้ามพรมแดนการเข้ามาจัดตั้ง ธุรกิจ และการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา สําหรับไทยมีข้อผูกพันการเปิดเสรีภาคการธนาคารภายใต้ AFAS ใน รูปแบบการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดามากที่สุด ผ่านการยกเลิกการจํากัดจํานวนพนักงานต่างชาติชาวอาเซียน ที่เข้ามาปฏิบัติงานในระบบธนาคารพาณิชย์ในขณะที่การเปิดเสรีในรูปแบบการให้บริการอื่นๆ ไทยยังไม่ได้ผูกพันมากนัก (ข้อมูลเพิ่มเติม Agreement on Finance and Banking)

การเปิดเสรีภาคการธนาคารของอาเซียนจะอยู่ภายใต้การดูแลของ Senior Level Committee (SLC) ที่จัดตั้งโดยผู้ว่าการธนาคารกลางของแต่ละประเทศอาเซียนเพื่อช่วยเร่งการเปิดเสรีในภาคการธนาคารโดย ภายหลัง SLC ได้จัดตั้ง Task Force of ASEAN Banking Integration Framework (ABIF) ขึ้นเพื่อกําหนดกรอบและแผนการดําเนินการรวมตัวด้านการธนาคารของประเทศอาเซียนให้ชัดเจนยิ่งขึ้นภายใต้ Qualified ASEAN Banks (QABs)

การรวมตัวภาคการธนาคารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยเปรียบเสมือนกลไกที่ช่วยขับเคลื่อนและสนับสนุนความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างสมาชิกในภูมิภาค

ในปี 2554 เพื่อสนับสนุนการรวมตัวของภาคเศรษฐกิจจริงที่เข้าสู่การเป็น AEC ผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียนได้เห็นชอบให้ริเริ่มการจัดทำกรอบการรวมตัวภาคการธนาคารอาเซียน (ASEAN Banking Integration Framework: ABIF) เป็นแนวทางส่งเสริมให้การรวมตัวภาคการธนาคารของอาเซียนดำเนินไปอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับลักษณะของประเทศสมาชิกโดยมีเป้าหมายให้ประเทศสมาชิกมีการจัดตั้ง Qualified ASEAN Banks (QABs) ระหว่างกันให้ได้ภายในปี 2563 เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2558 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซียนได้ลงนามเห็นชอบต่อกรอบการรวมตัวภาคการธนาคารอาเซียนดังกล่าว โดยกำหนดให้ประเทศสมาชิกสามารถเจรจาทวิภาคีเพื่อจัดตั้ง QABs ระหว่างกันได้ บนหลักการต่างตอบแทน ตามความพร้อมของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ที่อาจเข้าข่ายได้รับการคัดเลือกเป็น QABs จะต้องเป็นธนาคารพาณิชย์สัญชาติอาเซียน มีที่ความแข็งแกร่ง และผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของ Host country ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการส่งเสริมการกำกับดูแลและรักษาเสถียรภาพในระบบการเงินของสมาชิกอาเซียน

การเตรียมความพร้อมของธนาคารพาณิชย์ไทยต่อการเข้าสู่ AEC และการจัดตั้ง QABs ระหว่างกัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์ไทยได้มีความตื่นตัวและตอบสนองต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในสิ้นปี 2558 ผ่านการปรับยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ รวมถึงกระบวนการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สอดคล้องต่อแนวโน้มการค้าการลงทุนภายในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น

ปริมาณการค้าการลงทุนของผู้ประกอบการไทยในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการช่วยผลักดันให้ธนาคารพาณิชย์ไทยขยายกิจการออกไปสู่ภูมิภาคอาเซียนเพื่อให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ หลายปีที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ไทยได้มองเห็นถึงโอกาสในการออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอินโดจีน เนื่องจากผู้ประกอบการไทยหลายรายได้เพิ่มการลงทุนและย้ายฐานการผลิตไปยังกลุ่มประเทศดังกล่าวเนื่องจากมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ต้นทุนทางการผลิตต่ำ รวมถึงยังอาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร (Generalized System of Preferences: GSP) ในสินค้าส่งออกบางประเภท อาทิ อุตสาหกรรมสิ่งทอ เป็นต้น

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตอบสนองต่อโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนของธนาคารพาณิชย์ไทยที่ต้องการจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ในอาเซียนอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง QABs จะเป็นช่องทางในการขยายกิจการเข้าไปในภูมิภาคที่สำคัญของธนาคารพาณิชย์ไทย เนื่องจากในปัจจุบันประเทศอาเซียนส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดให้ใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์เป็นการทั่วไป นอกจากนี้ การเจรจาภายใต้กรอบดังกล่าวยังเป็นหน้าต่างที่สำคัญของ ธปท. ในการเจรจาลดข้อจำกัดทางธุรกิจเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ไทยสามารถดำเนินกิจการในอาเซียนได้สะดวกยิ่งขึ้น

การค้าบริการระหว่างประเทศแตกต่างจากการค้าสินค้า เนื่องจากการค้าบริการมิใช่เพียงการส่งบริการข้ามพรมแดนจากประเทศหนึ่งไปอีกประเทศหนึ่ง โดย General Agreement on Trade and Services: GATS ขององค์การการค้าโลก (WTO) ได้กำหนดรูปแบบการค้าบริการที่อาจเกิดขึ้นได้ไว้ 4 รูปแบบ

ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

มาเลเซีย

ภาพรวมโครงสร้างเศรษฐกิจและแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซีย

มาเลเซียมีการเติบโตทางเศรษฐกิจในทิศทางที่ดีตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยปัจจัยสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ได้แก่ การขยายตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ การลงทุนทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ทั้งนี้ มาเลเซียถือเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายสำคัญของไทย โดยมียอดการนำเข้าและส่งออกสินค้ากับไทยสูงเป็นอันดับที่ 5 และเป็นคู่ค้าที่มียอดการนำเข้าและส่งออกสินค้ากับไทยเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนรัฐบาลของมาเลเซียมีนโยบายผลักดันให้มาเลเซียมีระบบเศรษฐกิจเทียบเท่ากับประเทศพัฒนาแล้ว โดยใน ปี 2553 รัฐบาลประกาศเป้าหมายที่จะยกระดับมาเลเซียให้เป็นประเทศที่มีรายได้สูง (High-income economy)

ภายในปี 2563 โดยดำเนินการภายใต้แผน New Economic Model (NEM) ซึ่งประกอบด้วย การปฏิรูปประเทศ 2 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารจัดการประเทศ (Government Transformation Program: GTP) และด้านเศรษฐกิจ (Economic Transformation Program: ETP) ในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว มาเลเซียมีแผนการพัฒนาขีดความสามารถของ 12 ภาคอุตสาหกรรมหลัก เช่น น้ำมันและแก๊ส ยางพารา อิเล็กทรอนิกส์ รวมไปถึงภาคบริการทางการเงินที่มีเป้าหมายจะเพิ่มสัดส่วน GNI จากภาคการเงินให้ได้ถึง 121.5 ล้านริงกิต หรือเพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปัจจุบัน ภายในปี 2563

ข้อมูลเพิ่มเติม

แผนพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซีย อนุสัญญาภาษีซ้อนจากกรมสรรพากร ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลเศรษฐกิจ และหลักเกณฑ์ของประเทศสมาชิกอาเซียน

บันทึกลงใน

My Collections

เพิ่มลงในโฟลเดอร์

สร้างโฟลเดอร์

Cryptocurrency

นโยบายการเงิน

Fintech

ดอกเบี้ย

กรุณาหมุนหน้าจอของคุณเป็นแนวตั้ง
เพื่อประสบการณ์ที่ดีในการรับชมเว็บไซต์